ขายของออนไลน์ยังไงให้ปัง

ขายของออนไลน์ยังไงให้ปัง การเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เป็นอาชีพที่เริ่มไม่ยาก สามารถทำเป็นอาชีพเสริม หารายได้เสริมได้จริง แต่การจะทำให้ปัง ตังเพียบ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ จึงควรพยายามหาเทคนิคต่าง ๆ เพิ่มอยู่อย่างต่อเนื่อง และตามเทรนด์ของกลุ่มสินค้าที่ขายอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยในการเริ่มขายสินค้าออนไลน์ให้ไปได้สวย อย่างน้อยควรมีการวางแผน และเตรียมพร้อมขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่

1. เตรียมใจ เตรียมเวลา เปลี่ยนความคิดที่อยากรวยเร็ว เหนื่อยน้อยออกไป

2. ตั้งงบลงทุน 3,000 – 10,000 บาท เป็นงบขั้นต่ำที่ควรมีสำหรับการขายสินค้าออนไลน์ และไม่ควรนำไปใช้ปะปนกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

3. เลือกประเภทสินค้าที่จะขาย เลือกตามความถนัด หรือตามการพิจารณาว่าจะขายดีในอนาคต

4. เมื่อเลือกสินค้าได้แล้ว หาแหล่งขายส่ง หรือที่รับสินค้าในราคาถูก โรงงานที่จำหน่ายสินค้าชนิดนี้

5. ซื้อสินค้าตามงบที่ลงทุน โดยเผื่อค่ากล่อง ค่าส่ง ปณ รวมถึงค่าทำการตลาดไว้ประมาณ 40%

6. ถ่ายรูปสินค้าให้สวย ถ้าไม่มีที่ อาจเลือกใช้พรมสวย ๆ มาวางเพื่อถ่ายสินค้า หรือศึกษาด้านการถ่ายรูปสินค้าเพิ่มเติม

7. ตั้งเพจร้าน โดยพยายามเริ่มให้ครบทุกช่องทาง FB IG TWITTER รวมถึงเปิดเว็บไซต์กับตัวแทนที่ให้เปิดได้ฟรี เช่น lnwshop หรือประกาศขายสินค้าไปยังเว็บประกาศต่าง ๆ

8. เชิญเพื่อนๆมากดไลก์ แลกไลก์ อัพเดทข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

9. หากเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น แบ่งส่วนหนึ่งไปทดลองทำโฆษณากับ Facebook โดยศึกษาวิธีการให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เสียก่อน

10. เมื่อขายดีมากขึ้น ให้พยายามคงราคา หรือลดราคาลง เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าให้มากขึ้นอีก

รับสินค้าจากโรงงานมาขายดีไหม?

การซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรง มักจะได้ราคาที่ถูกที่สุด ดังนั้นถ้าคุณรู้ว่าสินค้าที่ต้องการจะขาย มีโรงงานไหนผลิตบ้าง และคุณสามารถที่จะซื้อสินค้ามาจำหน่ายได้อย่างไม่ยากเย็น หลายคนอาจสงสัยว่าเราสามารถจะขอซื้อสินค้าในราคาส่ง จากบริษัทได้โดยตรงหรือเปล่า ตรงนี้ต้องบอกว่าแต่ละบริษัท มีนโยบายการขายไม่เหมือนกัน บางบริษัท อาจจะไม่ได้ขายให้บุคคลทั่วไป บางบริษัท อาจจะขายผ่านตัวแทน ดังนั้นจึงควรติดต่อเข้าไปที่บริษัทนั้น ๆ โดยตรงเลย จะเป็นการดีที่สุด

แต่ทั้งนี้มีข้อควรระวังเล็กน้อยว่า ส่วนมากโรงงานมักจะขายสินค้า จำนวนมาก ดังนั้นถ้าคุณเพิ่งเริ่มขายของออนไลน์ ยังไม่เคยขายสินค้านั้นมาก่อน อาจจะต้องทำการบ้านให้ดีว่าจะซื้อสินค้าจำนวนมากมาขายดีไหม รวมถึงต้องดูฐานลูกค้าของคุณประกอบด้วย ว่าจะขายหมดไหม เพราะถ้าขายได้ไม่หมดก็อาจจะทำให้ทุนจมกับสินค้าได้